ม่อนจอง สัมผัสทุ่งหญ้าสีทอง ชมพระอาทิตย์ขึ้น

อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวยอดฮิตของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวๆพร้อมกับชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าอย่าง ดอยม่อนจอง จุดชมวิวเทือกเขาธรรมชาติของเชียงใหม่และเหมาะกับการถ่ายรูปที่ระลึกกลับบ้านด้วย

ดอยม่อนจอง อยู่บริเวณ อำเภอนันทบุรี เป็นรอยต่อระหว่าง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอยู่บริเวณทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง ม่อนจองมีลักษณะเป็นเนินเขายื่นออกไปคล้ายหัวสิงโตสามารถเดินขึ้นไปได้ แต่ทางจะแคบต้องระมัดระวังในการเดินทางด้วย นอกจากนี้บริเวณเนินเขานั้นตามไปด้วยต้นหญ้าสีน้ำตาล เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเช้าจะเห็นเป็นสีทองสีงามมาก ดอยม่อนจองนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตรซึ่งเป็นเขาที่สูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ประมาณ 249 กิโลเมตร

ดอยม่อนจองมีความสวยงามของธรรมชาติอย่างมาก และสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวได้อย่างชัดเจนมาก นอกจากชมวิวธรรมชาติและอาทิตย์ขึ้นแล้วนั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมดอกกุหลาบพันปี หรือ คำแดง ที่จะออกดอกบานช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ซึ่งสามารถออกดอกตามเชิงเขาอย่างสวยงาม

ดอยม่องจอง จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กลางเดือนกุมภาพันธ์ เท่านั้นหลังจากนั้นทางการจะปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติของดอยต่อไป อีกทั้งยังป้องกันการเกิดไฟป่าในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ด้วย การเดินทางขึ้นยอดดอยม่อนจองนั้นนักท่องเที่ยวจอดรถบริเวณที่จอด และเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 3-4 ชั่วโมงในระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถค้างคืนกางเต้นท์บริเวณจุดกางเต้นท์ด้วยซึ่งจะมีการคิดค่าบริการสำหรับจุดกางเต้นท์ด้วย

พญาเสือโคร่งบาน ณ ขุนช่างเคี่ยน

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็นทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น นอกจากอากาศหนาวเย็นแล้วนักท่องเที่ยวยังเดินทางไปเพื่อสัมผัสความสวยงามของดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ตามดอยต่างๆของจังหวัด ดอกพญาเสือโคร่ง เป็นดอกไม้ที่บานในช่วงฤดูหนาวตามยอดดอยต่างๆทางภาคเหนือของไทย ซึ่งดอกจะบานและมีสีชมพูนวลสวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณ ขุนช่างเคี่ยน จะมีต้นนางพญาเสือโคร่งมากตามเชิงเขา เหมือนถึงเวลาออกดอกบานสะพรั่งจะทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูเต็มเชิงเขาสวยงามอย่างมาก

ดอกพญาเสือโคร่ง มีวงศ์สกุลเดียวกับดอกซากุระของญี่ปุ่น แต่แตกต่างกันตรงที่ระยะเวลาผลิดอกนั้นแตกต่างกันซึ่งพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และดอกซากุระของญี่ปุ่นจะออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น และดอกนางพญาเสือโคร่งจะกระจายตามพื้นที่ต่างของเอเชีย เช่น จีน, อินเดีย, พม่า, ไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนเหนือ

ขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของดอยสุเทพซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเส้นทางเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพ แต่ต้องเดินทางขึ้นไปอีกประมาณ 1-2 กิโลเมตร แต่หากไม่ชินทางอาจจะจ้างรถสองแถวขึ้นไปได้เพราะว่าเส้นทางขึ้นขุนช่างเคี่ยนค่อนข้างแคบ ดังนั้นต้องใช้ความระมัดระวังมาก อีกทั้งไหล่ทางไม่มีรั้วกั้นซึ่งมีความอันตรายมากหากไม่ชินเส้นทาง นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวชมสถานีเกษตรขุนช่างเคี่ยนซึ่งอยู่ใกล้ๆกันด้วย

หอคำหลวง แลนด์มาร์คอีกแห่งของเชียงใหม่

สถานที่ยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ที่บอกถึงความเป็นล้านนาและศิลปะที่สวยงามอย่าง หอคำหลวง แหล่งท่องเที่ยวถ่ายรูปสุดฮิต และบรรยากาศโดยรอบที่มีดอกไม้เมืองหนาวมากมาย ในปีพ.ศ. 2547 มีแนวคิดการสร้างสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกความเป็นเมืองล้านนา รวมถึงสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมวาระโอกาสการครองราชย์ครบ 60 ปี และวาระโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9

หอคำหลวง เสร็จแล้วสร้างในปี พ.ศ. 2549 ด้วยพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร ถูกสร้างโดย ช่างรุ่ง จันตาบุญ และผู้ออกแนวคิด ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรมปี พ.ศ. 2522 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงมีการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งภายในมีการนำเอาดอกไม้ พรรณไม้ จากประเทศต่างๆทั่วโลกมาจัดแสดงกว่า 2,200 ชนิด ปลูกบนเนื้อที่กว่า 470 ไร่ และหอคำหลวงจึงเป็นสถานที่ที่จำลองรูปแบบของความเป็นล้านนา เพื่อแสดงภาพมาจากหอคำหลวงของเจ้าเมืองเชียงใหม่ในยุคสมัยล้านนาในอดีต รูปตัวแบบอาการถูกออกแบบมาอย่างละเอียดทางงานศิลป์และมีการออกแบบภาพด้านจิตกรรมของด้านการเกษตรได้อย่างลงตัวมากๆ หอคำหลวง จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมได้อย่างดี

นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ในการถ่ายทำ ละครเรื่องเพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ.2560 โดยเป็นสถานที่สมมติเป็นหอคำ ซึ่งเป็นท้องพระโรงตามเนื้อเรื่อง นอกจากหอคำหลวงซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับเที่ยวชมแล้ว ในท่องเที่ยวยังสามารถเที่ยวชมดอกไม้บริเวณรอบๆหอคำ โดยมีดอกไม้นานาพันธุ์กว่า 2,000 สายพันธุ์รวมถึงดอกไม้เมืองหนาวหายาก ซึ่งส่วนใหญ่หากต้องการชมดอกไม้เหล่านี้ ในช่วงฤดูหนาวคือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด

สัมผัสป่าไม้ ธรรมชาติ ณ หมู่บ้านแม่กำปอง

อีกหนึ่งสถานที่อดุมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ป่าไม้ที่บอกถึงระบบนิเวศที่สมบูรณ์มาก หมู่บ้านแม่กำปอง หนึ่งสถานที่สุดฮิตของผู้ที่รักษ์ธรรมชาติ ป่าเขา ความสงบร่มเย็น บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างอำเภอเมืองประมาณ 52 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็ก ส่วนมากเป็นชาวบ้านที่อำศัยอยู่มานานแล้ว และมีอากาศที่ดีตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูร้อน หมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังคงมีอากาศที่เย็นสบายเนื่องจากความระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร และรายล้อมด้วยป่าไม้ขนาดใหญ่อุดมสมบูรณ์ทำให้มีอากาศเย็นออกชื้น ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นมักดำรงอาชีพด้วยการทำชา กาแฟ และเมี่ยง โดยใบชานั้นนำมาจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ภายในหมู่บ้านจะมีร้านค้าและร้านอาหารพื้นเมืองซึ่งจะเป็นอาหารเหนือแท้และมีรสชาติดั้งเดิมที่อร่อยถูกปากหลายคนไม่ว่าจะเป็น ไข่ป่าม, ลาบคั่ว, น้ำพริกหนุ่ม รวมถึงแกงสมุนไพรต่างๆที่มีกลิ่นหอมและรสชาติที่อนร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศโดยรอบของหมู่บ้าน นอกจากนี้ห่างประมาณ 50 เมตรก็จะมีจุดชมน้ำตกแม่กำปอง ซึ่งเป็นน้ำใสและเย็นสามารถนำเท้าแช่น้ำและดื่มชา กาแฟ ได้สบายใจ สดชื่น

ภายในหมู่บ้านนั้นจะมีลักษณะบ้านที่เก่าแก่และยังคงความสวยงามไว้ บางแห่งเป็นบ้านเก่าแก่มาก เหมาะกับการถ่ายรูปสไตล์วินเทจมาก รวมถึงที่พักอย่าง บ้านต้นไม้ เป็นที่นิยมมากของนักท่องเที่ยวและมีจำนวนผู้พักเต็มทุกปี หมู่บ้านแม่กำปอง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปแล้วประทับใจไม่รู้ลืมจนต้องอยากไปอีกครั้งหนึ่ง

ถนนคนเดินจังหวัดเชียงใหม่

   จังหวัดเชียงใหม่ ไฮไลท์ยามค่ำคืนก็คงไม่พ้น ถนนคนเดินกันนะครับ ซึ่งที่นี้นั้นก็จะมีเปิดทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่ละวันจะเปิดสถานที่ไม่เหมือนกัน ซึ่งในวันเสาร์นั้นก็จะเปิดอยู่ที่ ถนนคนเดินวัวลาย ส่วนวันอาทิตย์นั้นก็จะเปิดอยู่ที่ ถนนคนเดินท่าแพ โดยบรรยากาศของที่ถนนคนเดินนั้นก็จะมีพวกของที่ระลึก ของกิน ของใช้ ของฝาก มีไว้จำหน่ายให้นักท่องเป็นจำนวนมากเลยนะครับ โดยถนนคนเดินนั้นก็จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวไทย และชาวต่างชาติที่มากหน้าหลายตานั่นเอง

ถนนคนเดินวัวลายนั้น หรือทุกคนจะเรียกติดหูกันว่า ถนนคนเดินวันเสาร์ บริเวณแห่งนี้นั้นก็จะเป็นย่านเก่าของชุมชนบ้านศรีสุพรรณ โดยทุกๆ คืนวันเสาร์นั้นที่นี้ก็จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตา หลากหลายเชื้อชาติที่จะมาละลายทรัพย์กัน โดยถนนคนเดินวัวลายนั้นก็จะมีสินค้าพื้นเมือง งานฝีมือ และของที่ระลึก รวมไปถึงอาหารคาวหวานที่แสนอร่อยนั่นเอง ถนนคนเดินท่าแพ นั้นก็เป็นอีกถนนคนเดินที่คนนิยมมาช้อปปิ้งกันเป็นจำนวนมากเลยนะครับ สินค้าที่จำหน่ายนั้นก็มีคล้ายๆ กับถนนคนเดินวัวลาย แต่ที่นี้มีจุดเด่นเรื่องของกินที่จะมีอาหารพื้นเมืองมากมายหลากหลายอย่างที่เอาไว้จำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวไว้เป็นจำนวนมากแถมยังอร่อยอีกด้วย ราคาก็ไม่แพงเท่าไร เอาเป็นว่าถ้าเพื่อนๆ ได้มีโอกาสมาเที่ยวที่เชียงใหม่ก็อย่าลืมแวะมาเดินเล่น เดินช้อปที่ถนนคนเดินกันด้วยนะครับ

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จ.เชียงใหม่

  จังหวัดเชียงใหม่ ถ้าหากใครไม่รู้จัก ดอยสุเทพ นั้นก็ถือว่าบ้านนอกมาก เพราะดอยสุเทพเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนส่วนใหญ่รู้จัก และนิยมขึ้นมากราบไหว้กันแทบจะทุกคน โดยเฉพาะทัวร์จีน ที่นี้จะมีทัวร์จีนมาลงเยอะมาก บางวันลงเยอะเกินจนทำให้เกิดความวุ่นวายก็มี โดยที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารนั้นบางวันคนเยอะจนล้นวัดก็มี ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้คนแห่ขึ้นมาเที่ยวกันโดยไม่ขาดสาย

หนทางการขึ้นไปดอยสุเทพนั้นก็ค่อนข้างคดเคี้ยวสักหน่อยนะครับแต่ก็ไม่ได้ลาดชัดเหมือนตามดอยอื่นๆ ทั่วๆ ไป ที่นี้มีอากาศที่ค่อนข้างดี อยู่ในกลางเมืองเดินทางได้ง่าย ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากของประเทศไทย เพราะมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มาจังหวัดเชียงใหม่แล้วต้องขึ้นมาสักการะที่นี้ให้ได้ ภายในวัดนั้นก็จะเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจดีย์ทรงมอญ โดยใต้ฐานนั้นก็จะมีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็กพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่นั่นเอง เลยทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นศิลปกรรมล้านนาไทยที่อยู่คู่กับจังหวัดเชียงใหม่มานานช้านาน โดยนักท่องเที่ยวนั้นก็สามารถที่จะขึ้นมาท่องเที่ยวขึ้นมาชมความงานขององค์เจดีย์ได้ตลอดเลยนะครับซึ่งในที่นี้นั้นก็มีจุดชมวิวจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ซึ่งจะได้ได้ในรูปแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว มาที่นี้ได้ชมวิวต้องสองอย่างเลยแหนะ โดยก่อนจะเห็นเจดีย์ที่อยู่ข้างบนนั้นก็จะต้องผ่านบันไดมากถึง 300 ขั้นเพื่อขึ้นไปยังวัด หรือใครไม่อยากเดินก็จะมีรถกระเช้าไว้ให้บริการอีกด้วยนั่นเอง

 

ม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

    ม่อนแจ่มนั้นก็ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ โดยระยะทางห่างจากตัวเมืองเพียงแค่ 40 นาทีเท่านั้น โดยที่ม่อนแจ่มนั้นก็เป็นส่วนหนึ่งของศูนย์การพัฒนาโครงการหลวงหนองหอย โดยที่นี้นั้นก็มีสภาพอากาศที่เย็นอยู่ตลอดทั้งปี ตอนเช้าๆ ก็จะมีหมอก สามารถที่จะมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบๆ ได้อย่างเต็มลูกหูลูกตา

ที่ม่อนแจ่มนั้นก็มีทิวเขาที่สลับกันไปอย่างสวยงามมากเลยนะครับ ซึ่งภายในม่อนแจ่มนั้นก็จะมีการปลูกพืชต่างๆ ของโครงการหลวงไว้  ม่อนแจ่มถือเป็นดอยที่ไม่ใหญ่มากนักสามารถที่จะได้เที่ยวได้ทั่วได้อย่างสบาย แต่ก่อนชาวบ้านแถวนั้นก็จะปลูกฝิ่นกันซะส่วนใหญ่เลยทำให้ในช่วงนั้นโครงการหลวงก็มาขอซื้อพื้นที่เข้าโครงการหลวงหนองหอย เมื่อได้เข้าเป็นโครงการหลวงแล้วนั้นก็ได้พัฒนาและปรับปรุงบริเวณม่อนแจ่มให้กลายเป็นสถานที่ท่องที่ยวที่โดดเด่นได้นั่นเอง สิ่งที่น่าในใจซึ่งถือได้ว่าเป็นไฮไลท์ของม่อนแจ่มเลยนั้นก็คงการได้ชมวิวและสูดอากาศบริสุทธิ์ มีดอกไม้ พืชผักให้ชมกันอย่างเต็มอิ่มจุใจ รับรองได้เลยนะครับถ้าหากใครได้มาที่นี้นั้นก็จะชื่นชอบและหลงรักเป็นอย่างมาก ก็อยากที่บอกอ่ะครับว่าที่ม่อนแจ่มนั้นคือสถานที่ที่สวยเป้นอย่างมากจริงๆ แถมยังมีพืชพันธุ์ต่างๆ ให้ชื่นชมกันอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ผลไม้ ผัก รับรองเลยครับว่าจะทำให้ทุกคนที่มาหลงไหลกันจริงๆ  ถ้าหากใครกลัวหลงที่ม่อนแจ่มก็จะมีไกด์ไว้ให้บริการด้วยนะครับ ซึ่งก็เป็นคนในหมู่บ้านนั่นแหละที่จะมาคอยแนะนำการท่องเที่ยวให้ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

ดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

   ดอยหลวงเชียงดาว ถือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่กำลังนิยมเป็นอย่างมากเลยนะครับ โดยในช่วงปลายๆ ปีที่ผ่านมานั้นก็มีข่าวเกี่ยวกับการบุกล้ำพื้นที่กันอยู่ ในตอนนี้ก็คิดว่าน่าจะเคลียร์กันได้แล้วนะครับ โดยดอยหลวงเชียงดาวนั้นก็เป็นภูเขาหินปูนนะครับ โดยมีความสูงจากระดับน้ำทะถึง 2,225 เมตร โดยสูงเป็นอันดับที่ 3 ของประเทศไทย ดอยหลวงเชียงดาวนั้นก็อยู่ในการดูแลขอเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาว

ดอยหลวงเชียงดาวนั้น ก็จะเปิดให้ท่องเที่ยวในช่วงวันที่ 1 พฤศจิกายน จนถึง 31 มีนาคม ของทุกๆ ปี โดยอุณหภูมิเฉลี่ยนต่ำสุดนั้นก็น่าจะอยู่ที่ -7 องศาเซลเซียส นั่นเองซึ่งแน่นอนนะครับดอยหลวงเชียงดาวเป็นภูเขาที่ไม่มีแหล่งเก็บน้ำและแหล่งกำเนิดต้นน้ำตามธรรมชาติแต่ที่นี้ไม่แห้งแล้งเลยนะครับแถมยังมีไม้ดอกไม้ประดับให้ดูกันอย่างสวยๆ อีกด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป้น ค้อเชียงดาว สิงโตเชียงดาว สิงโตขนตาขาว สิงโตตาแดง สิงโตเล็บเหยี่ยว นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งป่าที่ยังเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากนั่นเอง ซึ่งในปัจจุบันนั้น ดอยหลวงเชียงดาว ก็มีหลายๆ ดอยที่อยู่รอบๆ กันอย่างมากมายนะครับซึ่งก็จะมีความแตกต่าง มีวิว มีป่าและธรรมชาติที่แตกต่างกันออกไป การท่องเที่ยวที่ดอยหลวงเชียงดาวนั้นก็ควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน 2 คืนนะครับเพื่อให้การเดินทางของเรานั้นไม่เหนื่อยจนเกินไปนั่นเอง การท่องเที่ยวในดอยนี้นั้นก็มีหลากหลายรูปแบบให้ได้เลือกสรรค์มีทั้งเที่ยวด้วยตนเอง ติดต่อลูกหาบ และไปแบบทัวร์ก็มีเช่นกัน ซึ่งก็อยู่ที่เราเลือกและจัดสรรค์นะครับขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของเราด้วยนั่นเอง

ห้วยน้ำดัง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

    หากใครได้เคยไปเที่ยว อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนมาแล้วนั้นทางผ่านก็คงอาจจะเห็นทางเข้า อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังตั้งอยู่บริเวณเทือกเขาถนนธงชัย โดยห้วยน้ำดังนั้นก็มีพื้นที่ครอบคลุมสองอำเภอเลยนะครับก็จะมี อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ และ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอนนั่นเอง โดยห้วยน้ำดังนั้นก็จะมีลักษณะที่ป่าค่อนข้างที่จะสมบูรณ์เป็นอย่างมาก แถมยังมีอาการที่บริสุทธิ์ทำให้นักท่องเที่ยวหลายๆ คนนั้นต่างชื่นชอบและหลงไหลกันเป็นอย่างมากนั่นเอง

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังนั้น ก็เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำลำธารหลากหลายสายเลยนะครับ ซึ่งบริเวณรอบๆนั้นก็จะมีภูเขาที่สลับซับซ้อนกันไปอย่างสวยงาม แถมยังมีธรรมชาติที่สวงงามล้อมรอบไว้อีกด้วย โดยที่นี้นั้นก็จะมีจุดชมวิวดอยกิ่วลมเป็นจุดชมวิวที่มีชื่อเสียงมากที่สุด เพราะสามารถเห็นยอดดอยเชียงดาว และชมพระอาทิตย์ได้ไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ยิ่งในตอนเช้าๆ นะครับยังมีหมอกที่ไหลมาอย่างกับสายน้ำปกคลุมซึ่งทำให้บริเวณนั้นหนาวเย็นและสวยงามเป็นอย่างมากจริงๆ ถ้าเวลาที่ท้องฟ้าเปิดก็จะสามารถเห็นแหล่งท่องเที่ยวในห้วยน้ำดังได้อีกเป็นอย่างมากเลยนะครับไม่ว่าจะเป็น น้ำตกห้วยน้ำดัง โป่งน้ำร้อนท่าปาย น้ำตกแม่เย็น เส้นทางศึกษาธรรมชาติ เอื้องเงิน เป็นต้น ต้องของบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าที่นี้ตอนกลางคืนดาวสวยเป็นอย่างมากจริงๆ ซึ่งแน่นอนห้วยน้ำดังนอกจากอากาศจะดีแล้วผู้คนแถวนั้นยังเป็นมิตรอีกด้วย หากใครไปเที่ยวปายหรือจังหวัดแม่ฮ่องสอน ก็ลองแวะห้วยน้ำดังกันดูนะครับว่าจะสวยสดงดงามตามที่เค้ากล่าวไว้ได้หรือไม่เพราะถ้าไม่มาดูด้วยตาเปล่าวก็คงจะไม่รู้นะครับว่าที่นี้มันสวยแค่ไหน

ดอยผ้าห่มปก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

   จังหวัดเชียงใหม่ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกเที่ยวกันอย่างมากมายเลยนะครับ ซึ่งในวันนี้เราของแนะนำ ดอยผ้าห่มปก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ซึ่งดอยนี้นั้นก็จะมีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความสุขจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 2,285 เมตร มีอากาศที่เย็นสบายอยู่ตลอดทั้งปี ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งดอยของจังหวัดเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาด

เสน่ห์ของที่ดอยผ้าห่มปกนั้นก็คงจะเป็นธรรมชาติรอบด้านที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งที่ดอยนี้ยังเป็นต้นน้ำของแม่น้ำฝางอีกด้วย บรรยากาศสวยสดงดงามถ้าหากใครได้มารับรองเลยได้ว่าจะติดอกติดใจอย่างแน่นอน ไฮไลท์ที่สำคัญของดอยผ้าห่มปก นั้นก็จะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด สวยเป็นอย่างมาก ซึ่งการมากางเต้นท์นอนดูดาวชมพระอาทิตย์ก็ต้องมาตั้งแคมป์กันที่ ดอยกิ่วลม เท่านั้น เพราะที่ดอยนี้มีหน้าผาที่สูงซึ่งก็อาจจะเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยวอีกด้วยนั่นเอง การมาเที่ยวดอยผ้าห่มปกนั้นก็แนะนำให้มาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืนนะครับเพราะจะได้สัมผัสกับวิวที่สวยงามทั้งยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก มาแล้วก็ต้องอยู่ให้คุ้มค่าถึงจะคุ้มนั่นเอง อีกอย่างหนึ่งวิวที่ดอยนี้นั้นก็สวยจะทำให้เราสามารถมองได้ 360 องศาอีกด้วยเห็นมั้ยละครับว่าดอยผ้าห่มปกนั้นสุดยอดจริงๆ สำหรับการท่องเที่ยวดอยผ้าห่มปกนั้นช่วงที่ควรจะมาก็น่าจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจึงจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมาเที่ยวทริปนี้