พญาเสือโคร่งบาน ณ ขุนช่างเคี่ยน

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็นทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น นอกจากอากาศหนาวเย็นแล้วนักท่องเที่ยวยังเดินทางไปเพื่อสัมผัสความสวยงามของดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ตามดอยต่างๆของจังหวัด ดอกพญาเสือโคร่ง เป็นดอกไม้ที่บานในช่วงฤดูหนาวตามยอดดอยต่างๆทางภาคเหนือของไทย ซึ่งดอกจะบานและมีสีชมพูนวลสวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณ ขุนช่างเคี่ยน จะมีต้นนางพญาเสือโคร่งมากตามเชิงเขา เหมือนถึงเวลาออกดอกบานสะพรั่งจะทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูเต็มเชิงเขาสวยงามอย่างมาก

ดอกพญาเสือโคร่ง มีวงศ์สกุลเดียวกับดอกซากุระของญี่ปุ่น แต่แตกต่างกันตรงที่ระยะเวลาผลิดอกนั้นแตกต่างกันซึ่งพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และดอกซากุระของญี่ปุ่นจะออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น และดอกนางพญาเสือโคร่งจะกระจายตามพื้นที่ต่างของเอเชีย เช่น จีน, อินเดีย, พม่า, ไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนเหนือ

ขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของดอยสุเทพซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเส้นทางเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพ แต่ต้องเดินทางขึ้นไปอีกประมาณ 1-2 กิโลเมตร แต่หากไม่ชินทางอาจจะจ้างรถสองแถวขึ้นไปได้เพราะว่าเส้นทางขึ้นขุนช่างเคี่ยนค่อนข้างแคบ ดังนั้นต้องใช้ความระมัดระวังมาก อีกทั้งไหล่ทางไม่มีรั้วกั้นซึ่งมีความอันตรายมากหากไม่ชินเส้นทาง นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวชมสถานีเกษตรขุนช่างเคี่ยนซึ่งอยู่ใกล้ๆกันด้วย

หอคำหลวง แลนด์มาร์คอีกแห่งของเชียงใหม่

สถานที่ยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ที่บอกถึงความเป็นล้านนาและศิลปะที่สวยงามอย่าง หอคำหลวง แหล่งท่องเที่ยวถ่ายรูปสุดฮิต และบรรยากาศโดยรอบที่มีดอกไม้เมืองหนาวมากมาย ในปีพ.ศ. 2547 มีแนวคิดการสร้างสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกความเป็นเมืองล้านนา รวมถึงสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมวาระโอกาสการครองราชย์ครบ 60 ปี และวาระโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9

หอคำหลวง เสร็จแล้วสร้างในปี พ.ศ. 2549 ด้วยพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร ถูกสร้างโดย ช่างรุ่ง จันตาบุญ และผู้ออกแนวคิด ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรมปี พ.ศ. 2522 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงมีการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งภายในมีการนำเอาดอกไม้ พรรณไม้ จากประเทศต่างๆทั่วโลกมาจัดแสดงกว่า 2,200 ชนิด ปลูกบนเนื้อที่กว่า 470 ไร่ และหอคำหลวงจึงเป็นสถานที่ที่จำลองรูปแบบของความเป็นล้านนา เพื่อแสดงภาพมาจากหอคำหลวงของเจ้าเมืองเชียงใหม่ในยุคสมัยล้านนาในอดีต รูปตัวแบบอาการถูกออกแบบมาอย่างละเอียดทางงานศิลป์และมีการออกแบบภาพด้านจิตกรรมของด้านการเกษตรได้อย่างลงตัวมากๆ หอคำหลวง จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมได้อย่างดี

นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ในการถ่ายทำ ละครเรื่องเพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ.2560 โดยเป็นสถานที่สมมติเป็นหอคำ ซึ่งเป็นท้องพระโรงตามเนื้อเรื่อง นอกจากหอคำหลวงซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับเที่ยวชมแล้ว ในท่องเที่ยวยังสามารถเที่ยวชมดอกไม้บริเวณรอบๆหอคำ โดยมีดอกไม้นานาพันธุ์กว่า 2,000 สายพันธุ์รวมถึงดอกไม้เมืองหนาวหายาก ซึ่งส่วนใหญ่หากต้องการชมดอกไม้เหล่านี้ ในช่วงฤดูหนาวคือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จ.เชียงใหม่

  จังหวัดเชียงใหม่ ถ้าหากใครไม่รู้จัก ดอยสุเทพ นั้นก็ถือว่าบ้านนอกมาก เพราะดอยสุเทพเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนส่วนใหญ่รู้จัก และนิยมขึ้นมากราบไหว้กันแทบจะทุกคน โดยเฉพาะทัวร์จีน ที่นี้จะมีทัวร์จีนมาลงเยอะมาก บางวันลงเยอะเกินจนทำให้เกิดความวุ่นวายก็มี โดยที่ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารนั้นบางวันคนเยอะจนล้นวัดก็มี ทำให้สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้คนแห่ขึ้นมาเที่ยวกันโดยไม่ขาดสาย

หนทางการขึ้นไปดอยสุเทพนั้นก็ค่อนข้างคดเคี้ยวสักหน่อยนะครับแต่ก็ไม่ได้ลาดชัดเหมือนตามดอยอื่นๆ ทั่วๆ ไป ที่นี้มีอากาศที่ค่อนข้างดี อยู่ในกลางเมืองเดินทางได้ง่าย ถือเป็นวัดเก่าแก่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์มากของประเทศไทย เพราะมีเรื่องราวของประวัติศาสตร์ เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองที่มาจังหวัดเชียงใหม่แล้วต้องขึ้นมาสักการะที่นี้ให้ได้ ภายในวัดนั้นก็จะเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจดีย์ทรงมอญ โดยใต้ฐานนั้นก็จะมีพระบรมสารีริกธาตุของสมเด็กพระสัมมาสัมพุทธเจ้าบรรจุอยู่นั่นเอง เลยทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นศิลปกรรมล้านนาไทยที่อยู่คู่กับจังหวัดเชียงใหม่มานานช้านาน โดยนักท่องเที่ยวนั้นก็สามารถที่จะขึ้นมาท่องเที่ยวขึ้นมาชมความงานขององค์เจดีย์ได้ตลอดเลยนะครับซึ่งในที่นี้นั้นก็มีจุดชมวิวจังหวัดเชียงใหม่ด้วย ซึ่งจะได้ได้ในรูปแบบ 360 องศากันเลยทีเดียว มาที่นี้ได้ชมวิวต้องสองอย่างเลยแหนะ โดยก่อนจะเห็นเจดีย์ที่อยู่ข้างบนนั้นก็จะต้องผ่านบันไดมากถึง 300 ขั้นเพื่อขึ้นไปยังวัด หรือใครไม่อยากเดินก็จะมีรถกระเช้าไว้ให้บริการอีกด้วยนั่นเอง

 

ดอยผ้าห่มปก อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

   จังหวัดเชียงใหม่ ก็มีแหล่งท่องเที่ยวให้เลือกเที่ยวกันอย่างมากมายเลยนะครับ ซึ่งในวันนี้เราของแนะนำ ดอยผ้าห่มปก อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งก็ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยผ้าห่มปก ซึ่งดอยนี้นั้นก็จะมีลักษณะเป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีความสุขจากระดับน้ำทะเลอยู่ที่ 2,285 เมตร มีอากาศที่เย็นสบายอยู่ตลอดทั้งปี ซึ่งนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งดอยของจังหวัดเชียงใหม่ที่ไม่ควรพลาด

เสน่ห์ของที่ดอยผ้าห่มปกนั้นก็คงจะเป็นธรรมชาติรอบด้านที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมาก ซึ่งที่ดอยนี้ยังเป็นต้นน้ำของแม่น้ำฝางอีกด้วย บรรยากาศสวยสดงดงามถ้าหากใครได้มารับรองเลยได้ว่าจะติดอกติดใจอย่างแน่นอน ไฮไลท์ที่สำคัญของดอยผ้าห่มปก นั้นก็จะเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุด สวยเป็นอย่างมาก ซึ่งการมากางเต้นท์นอนดูดาวชมพระอาทิตย์ก็ต้องมาตั้งแคมป์กันที่ ดอยกิ่วลม เท่านั้น เพราะที่ดอยนี้มีหน้าผาที่สูงซึ่งก็อาจจะเป็นอันตรายกับนักท่องเที่ยวอีกด้วยนั่นเอง การมาเที่ยวดอยผ้าห่มปกนั้นก็แนะนำให้มาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืนนะครับเพราะจะได้สัมผัสกับวิวที่สวยงามทั้งยามพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก มาแล้วก็ต้องอยู่ให้คุ้มค่าถึงจะคุ้มนั่นเอง อีกอย่างหนึ่งวิวที่ดอยนี้นั้นก็สวยจะทำให้เราสามารถมองได้ 360 องศาอีกด้วยเห็นมั้ยละครับว่าดอยผ้าห่มปกนั้นสุดยอดจริงๆ สำหรับการท่องเที่ยวดอยผ้าห่มปกนั้นช่วงที่ควรจะมาก็น่าจะเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจึงจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการมาเที่ยวทริปนี้