ม่อนจอง สัมผัสทุ่งหญ้าสีทอง ชมพระอาทิตย์ขึ้น

อีกหนึ่งสถานที่เที่ยวยอดฮิตของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากขึ้นไปสัมผัสอากาศหนาวๆพร้อมกับชมพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้าอย่าง ดอยม่อนจอง จุดชมวิวเทือกเขาธรรมชาติของเชียงใหม่และเหมาะกับการถ่ายรูปที่ระลึกกลับบ้านด้วย

ดอยม่อนจอง อยู่บริเวณ อำเภอนันทบุรี เป็นรอยต่อระหว่าง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ และอยู่บริเวณทิวเขาถนนธงชัยตอนกลาง ม่อนจองมีลักษณะเป็นเนินเขายื่นออกไปคล้ายหัวสิงโตสามารถเดินขึ้นไปได้ แต่ทางจะแคบต้องระมัดระวังในการเดินทางด้วย นอกจากนี้บริเวณเนินเขานั้นตามไปด้วยต้นหญ้าสีน้ำตาล เมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์ยามเช้าจะเห็นเป็นสีทองสีงามมาก ดอยม่อนจองนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,900 เมตรซึ่งเป็นเขาที่สูงเป็นอันดับต้นๆของประเทศ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองเชียงใหม่ประมาณ 249 กิโลเมตร

ดอยม่อนจองมีความสวยงามของธรรมชาติอย่างมาก และสามารถมองเห็นวิวของเทือกเขาสลับซับซ้อนของจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นวิวได้อย่างชัดเจนมาก นอกจากชมวิวธรรมชาติและอาทิตย์ขึ้นแล้วนั้น นักท่องเที่ยวยังสามารถเยี่ยมชมดอกกุหลาบพันปี หรือ คำแดง ที่จะออกดอกบานช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ซึ่งสามารถออกดอกตามเชิงเขาอย่างสวยงาม

ดอยม่องจอง จะเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง กลางเดือนกุมภาพันธ์ เท่านั้นหลังจากนั้นทางการจะปิดเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติของดอยต่อไป อีกทั้งยังป้องกันการเกิดไฟป่าในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ด้วย การเดินทางขึ้นยอดดอยม่อนจองนั้นนักท่องเที่ยวจอดรถบริเวณที่จอด และเดินเท้าขึ้นไปอีกประมาณ 3-4 ชั่วโมงในระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถค้างคืนกางเต้นท์บริเวณจุดกางเต้นท์ด้วยซึ่งจะมีการคิดค่าบริการสำหรับจุดกางเต้นท์ด้วย

พญาเสือโคร่งบาน ณ ขุนช่างเคี่ยน

จังหวัดเชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากในแต่ละปี โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีอากาศหนาวเย็นทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเพื่อสัมผัสอากาศหนาวเย็น นอกจากอากาศหนาวเย็นแล้วนักท่องเที่ยวยังเดินทางไปเพื่อสัมผัสความสวยงามของดอกพญาเสือโคร่ง หรือ ดอกซากุระเมืองไทย ตามดอยต่างๆของจังหวัด ดอกพญาเสือโคร่ง เป็นดอกไม้ที่บานในช่วงฤดูหนาวตามยอดดอยต่างๆทางภาคเหนือของไทย ซึ่งดอกจะบานและมีสีชมพูนวลสวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณ ขุนช่างเคี่ยน จะมีต้นนางพญาเสือโคร่งมากตามเชิงเขา เหมือนถึงเวลาออกดอกบานสะพรั่งจะทำให้บริเวณนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้สีชมพูเต็มเชิงเขาสวยงามอย่างมาก

ดอกพญาเสือโคร่ง มีวงศ์สกุลเดียวกับดอกซากุระของญี่ปุ่น แต่แตกต่างกันตรงที่ระยะเวลาผลิดอกนั้นแตกต่างกันซึ่งพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และดอกซากุระของญี่ปุ่นจะออกดอกประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น และดอกนางพญาเสือโคร่งจะกระจายตามพื้นที่ต่างของเอเชีย เช่น จีน, อินเดีย, พม่า, ไทย ส่วนใหญ่จะอยู่ทางตอนเหนือ

ขุนช่างเคี่ยน ตั้งอยู่ที่ อ.เมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นส่วนหนึ่งของดอยสุเทพซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเส้นทางเดียวกับพระธาตุดอยสุเทพ แต่ต้องเดินทางขึ้นไปอีกประมาณ 1-2 กิโลเมตร แต่หากไม่ชินทางอาจจะจ้างรถสองแถวขึ้นไปได้เพราะว่าเส้นทางขึ้นขุนช่างเคี่ยนค่อนข้างแคบ ดังนั้นต้องใช้ความระมัดระวังมาก อีกทั้งไหล่ทางไม่มีรั้วกั้นซึ่งมีความอันตรายมากหากไม่ชินเส้นทาง นอกจากนี้ยังสามารถเที่ยวชมสถานีเกษตรขุนช่างเคี่ยนซึ่งอยู่ใกล้ๆกันด้วย

หอคำหลวง แลนด์มาร์คอีกแห่งของเชียงใหม่

สถานที่ยอดฮิตอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ ที่บอกถึงความเป็นล้านนาและศิลปะที่สวยงามอย่าง หอคำหลวง แหล่งท่องเที่ยวถ่ายรูปสุดฮิต และบรรยากาศโดยรอบที่มีดอกไม้เมืองหนาวมากมาย ในปีพ.ศ. 2547 มีแนวคิดการสร้างสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่บ่งบอกความเป็นเมืองล้านนา รวมถึงสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมวาระโอกาสการครองราชย์ครบ 60 ปี และวาระโอกาสทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9

หอคำหลวง เสร็จแล้วสร้างในปี พ.ศ. 2549 ด้วยพื้นที่กว่า 3,000 ตารางกิโลเมตร ถูกสร้างโดย ช่างรุ่ง จันตาบุญ และผู้ออกแนวคิด ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง ศิลปินชั้นเยี่ยม สาขาจิตรกรรมปี พ.ศ. 2522 เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงมีการจัดงานมหกรรมพืชสวนโลก ซึ่งภายในมีการนำเอาดอกไม้ พรรณไม้ จากประเทศต่างๆทั่วโลกมาจัดแสดงกว่า 2,200 ชนิด ปลูกบนเนื้อที่กว่า 470 ไร่ และหอคำหลวงจึงเป็นสถานที่ที่จำลองรูปแบบของความเป็นล้านนา เพื่อแสดงภาพมาจากหอคำหลวงของเจ้าเมืองเชียงใหม่ในยุคสมัยล้านนาในอดีต รูปตัวแบบอาการถูกออกแบบมาอย่างละเอียดทางงานศิลป์และมีการออกแบบภาพด้านจิตกรรมของด้านการเกษตรได้อย่างลงตัวมากๆ หอคำหลวง จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมได้อย่างดี

นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ในการถ่ายทำ ละครเรื่องเพลิงพระนาง ออกอากาศทางช่อง 7 เมื่อปี พ.ศ.2560 โดยเป็นสถานที่สมมติเป็นหอคำ ซึ่งเป็นท้องพระโรงตามเนื้อเรื่อง นอกจากหอคำหลวงซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับเที่ยวชมแล้ว ในท่องเที่ยวยังสามารถเที่ยวชมดอกไม้บริเวณรอบๆหอคำ โดยมีดอกไม้นานาพันธุ์กว่า 2,000 สายพันธุ์รวมถึงดอกไม้เมืองหนาวหายาก ซึ่งส่วนใหญ่หากต้องการชมดอกไม้เหล่านี้ ในช่วงฤดูหนาวคือช่วงเวลาที่เหมาะที่สุด

สัมผัสป่าไม้ ธรรมชาติ ณ หมู่บ้านแม่กำปอง

อีกหนึ่งสถานที่อดุมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ป่าไม้ที่บอกถึงระบบนิเวศที่สมบูรณ์มาก หมู่บ้านแม่กำปอง หนึ่งสถานที่สุดฮิตของผู้ที่รักษ์ธรรมชาติ ป่าเขา ความสงบร่มเย็น บ้านแม่กำปอง ตั้งอยู่อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ห่างอำเภอเมืองประมาณ 52 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้เป็นหมู่บ้านเล็ก ส่วนมากเป็นชาวบ้านที่อำศัยอยู่มานานแล้ว และมีอากาศที่ดีตลอดทั้งปีแม้ในช่วงฤดูร้อน หมู่บ้านแห่งนี้ก็ยังคงมีอากาศที่เย็นสบายเนื่องจากความระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,300 เมตร และรายล้อมด้วยป่าไม้ขนาดใหญ่อุดมสมบูรณ์ทำให้มีอากาศเย็นออกชื้น ชาวบ้านในหมู่บ้านนั้นมักดำรงอาชีพด้วยการทำชา กาแฟ และเมี่ยง โดยใบชานั้นนำมาจำหน่ายแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

ภายในหมู่บ้านจะมีร้านค้าและร้านอาหารพื้นเมืองซึ่งจะเป็นอาหารเหนือแท้และมีรสชาติดั้งเดิมที่อร่อยถูกปากหลายคนไม่ว่าจะเป็น ไข่ป่าม, ลาบคั่ว, น้ำพริกหนุ่ม รวมถึงแกงสมุนไพรต่างๆที่มีกลิ่นหอมและรสชาติที่อนร่อยมาก นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวที่นักท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศโดยรอบของหมู่บ้าน นอกจากนี้ห่างประมาณ 50 เมตรก็จะมีจุดชมน้ำตกแม่กำปอง ซึ่งเป็นน้ำใสและเย็นสามารถนำเท้าแช่น้ำและดื่มชา กาแฟ ได้สบายใจ สดชื่น

ภายในหมู่บ้านนั้นจะมีลักษณะบ้านที่เก่าแก่และยังคงความสวยงามไว้ บางแห่งเป็นบ้านเก่าแก่มาก เหมาะกับการถ่ายรูปสไตล์วินเทจมาก รวมถึงที่พักอย่าง บ้านต้นไม้ เป็นที่นิยมมากของนักท่องเที่ยวและมีจำนวนผู้พักเต็มทุกปี หมู่บ้านแม่กำปอง จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปแล้วประทับใจไม่รู้ลืมจนต้องอยากไปอีกครั้งหนึ่ง